เลือกเฟอร์นิเจอร์อย่างไรให้คุ้มค่า

กุมภาพันธ์ 2019

เทคนิคดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้ ช่วงหน้าฝน

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนสิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับคนรักบ้านได้ไม่น้อยนั่น คือ ความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ไม้อันเกิดจากความชื้นที่มีปริมาณสูงในช่วงเวลานี้ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ไม้มักบวม  พอง ผุ หรือมีเชื้อราเกิดขึ้นหากโดนฝนบ่อยๆ วันนี้มีเคล็ดลับรับมือกับปัญหาดังกล่าวมาฝากกันค่ะ

cr. www.hafelethailand.com

เฟอร์นิเจอร์ไม้ในร่ม


สำหรับเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ มักไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากแสงแดดและน้ำฝนมากนัก ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน วิธีการดูแลทำความสะอาดหรือรักษาทำได้ง่ายๆ ดังนี้
1. หมั่นใช้ไม้ปัดขนไก่หรือผ้าเนื้อนุ่มเช็ดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆ
2. ใช้ผ้าหรือฟองน้ำเนื้อนุ่มชุบน้ำยาทำความสะอาดฤทธิ์อ่อนโยนเช็ดให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง ข้อสำคัญ คือ ให้ชุบน้ำพอหมาดเท่านั้น อย่าชุบจนเปียกชุ่มเกินไป เพราะทำให้เนื้อไม้เกิดความเสียหาย บวม พอง เสียรูป หรือขึ้นราได้
3. หากต้องการนำเฟอร์นิเจอร์ไปผึ่งแดด ควรเลือกช่วงเวลาที่แดดอ่อนๆ เนื่องจากถ้าเป็นช่วงเวลาแดดจัด แสงแดดจะทำให้เนื้อไม้กรอบเปราะหรือหักได้
4. ควรทาหรือฉีดพ่นน้ำยาป้องกันปลวก มอด มด ให้ทั่วชิ้นเฟอร์นิเจอร์ เพื่อป้องกันมิให้แมลงดังกล่าวมากัดกินเนื้อไม้
5. ควรทาน้ำยาขัดเงาหรือสี/สเปรย์กันน้ำป้องกันอีกชั้น เพื่อช่วยปกป้องเนื้อไม้ เพราะแม้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จะไม่โดนฝนโดยตรง แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง จึงมักเกิดการโก่งตัวพองผิดรูปได้ สีกันน้ำสามารถช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้นานขึ้น
6. ในวันที่อากาศดี ฝนไม่ตก มีแสงแดด ควรเปิดหน้าต่างหรือประตูให้อากาศถ่ายเทหมุนเวียน จะช่วยลดความชื้นภายในบ้านได้ ส่งผลดีต่อเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้วย

cr. board.postjung.com

เฟอร์นิเจอร์ไม้กลางแจ้ง


แสงแดดและฝนคือศัตรูตัวร้ายของเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งเหล่านี้ ซึ่งหากดูแลไม่ดี อาจส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายจนถึงขั้น ใช้งานไม่ได้ ดังนั้น จึงควรป้องกันหรือแก้ไขดังนี้
1. หากสามารถนำเฟอร์นิเจอร์หลบเข้าร่มได้ ก็ควรทำ หรืออาจจะย้ายเข้ามาอยู่ใต้กันสาดหรือบริเวณที่มีหลังคาบังบ้าง ซึ่งช่วยให้โดนฝนและแดดน้อยลง 
2. รอยคราบน้ำฝนหรือสิ่งสกปรก สามารถกำจัดได้โดยการใช้ฟองน้ำแตะมายองเนสเล็กน้อย แล้วขัดถูบริเวณรอยนั้น  หรือใช้น้ำยาเช็ด ทำความสะอาดและขัดเงาขัดถูบริเวณที่เป็นคราบก็ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ทั้งเงางามดูเหมือนใหม่และช่วยขจัดรอยขีดข่วน ได้ด้วย
3. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ถูกต้อง ควรใช้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นออก แล้วใช้ผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำหมาดๆ เช็ดอีกครั้ง และปล่อยให้แห้ง หากมีรอยเปื้อนฝังแน่น สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็ง สามารถใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดได้ แล้วใช้น้ำผึ้งทาทับ และใช้ผ้าแห้ง ขัดอีกครั้ง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้ออ่อน ควรใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่นเช็ดให้ทั่ว และขัดด้วยขี้ผึ้ง  
4. ควรทาพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ด้วยผลิตภัณฑ์หรือน้ำยาดูแลผิวไม้โดยเฉพาะ เพื่อปกป้องสีของไม้ให้คงทน โดยวิธีการทาที่ถูกต้องคือ ควรใช้แปรงขนนุ่มจุ่มน้ำยาดูแลผิวไม้ทาให้ทั่ว ทิ้งไว้จนแห้งสนิท แล้วจึงทาทับอีก 2 ครั้ง ปล่อยให้แห้ง และใช้กระดาษทรายขัด จากนั้น ทาทับด้วยน้ำยาอีกครั้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย แต่ถ้าใครไม่มีน้ำยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์ อาจมองหาโลชั่นที่เหลือใช้ นำผ้าชุบน้ำหมาดๆ  บีบโลชั่นใส่เพียงเล็กน้อย แล้วนำไปเช็ดเฟอร์นิเจอร์ที่ปัดฝุ่นแล้ว จะทำให้เฟอร์นิเจอร์เงางามและฝุ่นเกาะติดยากไปสักพักหนึ่ง เรียกว่า ทั้งเงางามแถมหอมอีกด้วย
5.ควรทาน้ำยาขัดเงาหรือสี/สเปรย์กันน้ำป้องกันอีกชั้น เพื่อช่วยปกป้องเนื้อไม้จากทั้งแสงแดดและฝน รวมทั้งควรทาน้ำยาป้องกันปลวก มด มอดด้วย

การดูแลเฟอร์นิเจอร์ในช่วงหน้าร้อน

เคล็ดลับการดูแลเหล่าเฟอร์นิเจอร์ในช่วงหน้าร้อนที่มีแสงแดดจ้า เสี่ยงทำให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพเร็ว การดูแลรักษา เฟอร์นิเจอร์ แต่ละประเภทในฤดูร้อนนั้นก็จะมีวิธีที่แตกต่างกันไปค่ะ ว่าแล้วเราไปดูวิธีการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์แต่ละชนิดกันเลย

วิธีดูแลเฟอร์นิเจอร์ ในช่วงหน้าร้อน

cr. th.aliexpress.com

เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังแท้ : เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องดูแลเอาใจใส่มากพอสมควร ต้องระมัดระวังหนังจากความร้อนของแสงแดด แนะนำ ว่าไม่ควรตั้งไว้ในที่ที่แดดส่องถึง และต้องบำรุงรักษาด้วยน้ำยาทำความสะอาดเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดรอยแห้ง,แตกลาย ส่วนการทำความสะอาดนั้น แค่เพียงใช้ผ้าชุบด้วยน้ำอุ่นบิดให้หมาดๆ หากสกปรกมากให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดหนังแท้โดยตรง

cr. www.wazzadu.com

 เฟอร์นิเจอร์บุผ้า : ปัญหาพี่พบบ่อยในหน้าร้อนสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ คือ ความสกปรกที่เกิดจากฝุ่นละออง ที่ถูกพัดมาจากภายนอกเพราะลมแล้ง ทำให้ดูเก่าง่าย ส่วนวิธีการดูแลรักษานั้นง่ายนิดเดียวเพียงแค่ นำไม้ขนไก่ หรือเครื่องดูดฝุ่นมาใช้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นละอองสะสม ทำให้ไม่น่านั่ง แต่อีกทางเลือกในการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้เลือกใช้ลูกกลิ้งกำจัดฝุ่นซึ่งมีกาวภายในตัว โดยนำไปกลิ้งในส่วนที่เข้าไปทำความสะอาดได้ยาก เช่น ตามซอกหลืบต่างๆ

cr. decor.mthai.com

เฟอร์นิเจอร์ไม้ : เฟอร์นิเจอร์ไม้นั้น มีความสวยงาม แข็งแรง คงทน ภายในตัวอยู่แล้ว ดูดซับความชื้นได้ดีกว่าประเภทอื่นๆ แสงแดด จะไม่ส่งผลเสียต่อเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้ แต่กลับเป็นประโยชน์ในการทาสีหรือลงน้ำยารักษาเนื้อไม้ด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยทำให้สีนั้นแห้งเร็ว เมื่อทาแล้วจะดูเรียบเนียนและสวยงาม ส่วนวิธีการดูแลรักษานั้น สามารถใช้ไม้กวาดขนไก่ปัดฝุ่นออก และนำผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดออก ทิ้งไว้ให้แห้งก็เป็นที่เรียบร้อย

cr. decor.mthai.com

เฟอร์นิเจอร์หวาย : ก่อนนำมาทำเฟอร์นิเจอร์มักผ่านการทาสารเคลือบเงาเผื่อเพิ่มความสวยงาม สามารถทนต่อแสงแดดได้ดี จึงไม่จำ เป็นที่จะต้องดูแลอะไรมากมายในช่วงหน้าร้อน วิธีทำความสะอาดง่ายๆ เพียงแค่นำไม้ปัดฝุ่นมาปัด หรือเช็ดด้วยผ้าทำความสะอาด อาจจะลงน้ำยาเคลือบเงาเฟอร์นิเจอร์บ้างเป็นครั้งเป็นคราว

cr. www.เตียงเหล็กทรัพย์สุวรรณ.com

เฟอร์นิเจอร์เหล็ก : ในช่วงหน้าร้อน สามารถทำความสะอาดได้ง่าย แต่ต้องระวังเมื่อมีน้ำ หรือของเหลวหกใส่ควรรีบเช็ดทันที หมั่นดูแลเช็ดถูให้แห้งอยู่เสมอ ทนต่อแสงแดดได้ดี แต่ถ้าหากโดนแสงแดดมากๆ สีที่ทาไว้อาจจะหลุดร่อนได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังสารละลายที่มีส่วนผสมของพวกกรด หรือด่างหกใส่เนื่องจากสารเหล่านี้ทำให้ผิวโลหะร่อนได้

ยังมีเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่อยู่ภายในบ้าน อย่าคิดว่าจะไม่ถูกแสงแดดทำร้าย เพราะแสงแดดนั้นมีรังสี uv ที่สามารถลอดผ่านเข้ามายังประตู และหน้าต่างได้อยู่ดี ถ้าทางที่ดีควรเลือกที่จะติดตั้ง ผ้าม่าน และหรือฟิล์มกรองแสงไว้เพื่อเป็นตัวช่วย ปกป้องเฟอร์นิเจอร์ตัวโปรดอีกแรงดูๆกันแล้ว เฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็ดูรักษาไม่ยากเลย เพียงแต่ต้องใส่ใจดูแลอย่างสม่ำเสมอและรู้ข้อมูลของเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทแค่นั้นเอง

ตู้เซฟเจาะช่องรับบริจาคที่คู่ควร

ในปัจจุบันการงัดโจรกรรมตู้บริจาคภายในวัดมีจำนวนค่อนข้างมาก และมีโอกาสสูงมากที่การโจรกรรมจะประสบความสำเร็จได้เงินจากตู้บริจาคไปอย่างง่ายดาย อาจเพราะตู้บริจาคแบบเก่านั้นไม่รองรับการป้องกันจากการโจรกรรมที่เป็นในรูปแบบตู้ไม้ และตู้เหล็กอลูมิเนียม ตู้บริจาคแบบเก่าที่มีน้ำหนักเบาง่ายต่อการยกเคลื่อนย้าย สามารถงัดแงะได้ทันที และง่ายต่อการเจาะ งัดแงะ เพื่อนำเงินจากตู้บริจาคออกมา ซึ่งนับเป็นความเสียหายของทางวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางวัดนำตู้บริจาคมาตั้งไว้ให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน ที่มาทำบุญไหว้พระพระขอพรได้ร่วมกันบริจาคเป็นค่าใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ บูรณปฏิสังขรณ์วัด

                ดังนั้นหากจะหาวิธีป้องกันการโจรกรรมที่เกิดขึ้นในวัดกับตู้บริจาคแบบเก่านั้นให้การโจรกกรมเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น วันนี้เรา จะมาแนะนำซึ่งหากทางวัดตู้เซฟเจาะช่องรับบริจาคที่ทุกวัดคู่ควร หากทางวัดหรือญาติโยมใจบุญที่ต้องการเปลี่ยนรูปแบบตู้รับบริจาคแบบใหม่เป็นแบบตู้เซฟ เจาะช่องบริจาค ซึ่งค่อนข้างหนักเคลื่อนย้ายได้ยาก ใช้งานง่ายๆ แข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย ซึ่งนอกจากจะสามารถป้องกันโจรได้ระดับหนึ่งแล้วยังสามารถบริหารจัดการได้ง่าย โดยไม่ต้องให้กรรมการวัดคอยเก็บเงินในตู้บ่อยๆ

แต่แน่นอนนอกจากทางวัดจะนำตู้เซฟเจาะช่องรับบริจาคแบบใหม่เข้ามาใช้ในวัดแล้ว  ทุกท่าน หรือผู้ที่ใจบุญเข้าไปทำบุญภายในวัดนั้นก็ยังคงช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นเพื่อป้องกันการโจรกรรมอย่างทันท่วงที

ตู้เซฟ เลือกอย่างไรให้ดี และคุ้มค่า


cr. www.gurubaan.com

หากจะต้องเลือกซื้อตู้เซฟสักใบเพื่อเก็บทรัพย์สินของมีค่า คุณก็คงต้องคิด และต้องเลือกตู้เซฟที่ดีและปลอดภัยกับทรัพย์สินให้มากที่สุดคงไม่มีท่านไหนอยากซื้อตู้เซฟแล้วยังต้องมากังวลใจว่าจะ “ป้องกันได้มากแค่ไหน?” “ หนักเท่าไหร่? ” หรือ “ กันไฟได้มั้ย? ” เพียงพอแล้วจริงหรือ?  ความกังวลเหล่านี้จะหายไป  เพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกตู้เซฟให้ได้ตามความเหมาะสมถูกใจ และคุ้มค่า

1. เช็คลิสต์ทรัพย์สิน

หากต้องเลือกตู้เซฟสักใบ ควรจัดแบ่งแยกทรัพย์สินให้เป็นหมวดหมู่ เช่น เอกสาร ทอง เครื่องเพชร หรือแม้กระทั่งเงินสดจะได้เลือกซื้อตามขนาดที่ต้องใช้เก็บ แต่ถ้ามีจำนวนเท่าๆ กัน ก็คงต้องเลือกซื้อ 2-3 ใบ เพื่อแยกเก็บตามหมวดหมู่ และง่ายต่อการหยิบจับมาใช้งานด้วย

2. ระบบล็อค

ส่วนใหญ่ที่เห็นกันจะเป็นแบบหมุนรหัสคือ มีชุดตัวเลขให้หมุนซ้าย-ขวาเพื่อปลดล็อค ข้อดีของตู้เซฟชนิดนี้คือ ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ แค่จำชุดตัวเลขที่ตั้งไว้ได้เป็นพอ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนรหัสปุ๊บ ต้องเรียกช่างผู้ชำนาญการมาทำให้เท่านั้น ส่วนอีกระบบล็อคที่นิยมกันคือ ระบบดิจิตอล ใช้การกดรหัสตัวเลขเพื่อปลดล็อค แต่ตู้เซฟชนิดนี้ต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่หล่อเลี้ยงไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ ส่วนจะเลือกตู้เซฟแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความถนัดใช้ หรือความชอบของแต่ละคน

3. วัดขนาด

เมื่อเลือกแบบตู้เซฟได้แล้วอย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อเลยนะคะ คุณต้องคำนึงการขนย้ายตู้เซฟเข้ามายังพื้นภายในบ้านด้วยเราต้องทราบก่อนว่าพื้นที่ในการขนย้ายมีขนาดความกว้างเท่าใด ตู้เซฟสามารถเคลื่อนผ่านได้หรือไม่ ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้เสมอ อย่าถึงกับต้องทุบผนังบ้านเพื่อยัดตู้เซฟใหม่เข้าไปเลย

4. เก็บตู้เซฟไว้ที่ไหน

ถ้าห้องนอนใหญ่ของคุณมี Walk-in Closet (การจัดสรรพื้นที่มุมหนึ่งในห้อง) การนำตู้เซฟไปแอบแฝงตัวอยู่ในจุดนั้น ก็น่าจะทำให้หายากดีเหมือนกัน แต่หัวขโมยมักเข้ามาค้นในห้องนอน ตู้เสื้อผ้า หรือห้องพระเป็นที่แรกๆ แนะนำว่าลองพิจารณาหาพื้นที่ซ่อนตู้เซฟที่ปลอดภัยกว่าที่เหล่านี้ดีกว่า อาจเป็นห้องครัว ห้องเก็บเครื่องมือทำสวน หรือห้องนอนเด็ก เป็นต้น หากซ่อนไว้หลังกำแพง และมีกรอบรูปบังไว้เหมือนในหนังได้ ก็คงดีไม่ใช่น้อย

5. ความปลอดภัย

หากพูดถึงความปลอดภัยของทรัพย์สินที่เราเก็บใส่ตู้เซฟ มันจะปลอดภัยในระดับไหน? ความจริงแล้วมันก็แค่ทำให้โจรงัดแงะ เพื่อขโมยทรัพย์สินลำบากมากขึ้น ยื้อเวลานานยิ่งขึ้น จะปลอดภัย 100% หรือไม่ คงไม่มีใครกล้าการันตรี แต่หากคุณต้องการออฟชั่นเพิ่มที่มากกว่าความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรม เช่น ทรัพย์สินของคุณจะไม่เสียหายหลังถูกน้ำท่วม หรือไฟไหม้ คุณก็ต้องยอมจ่ายแพงขึ้นสักหน่อยเพื่อให้ได้ตู้เซฟที่ดีมีคุณภาพ

                ที่สำคัญ หากต้องการเสริมความปลอดภัยให้กับทรัพย์สินของคุณ ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด และติดสัญญาณกันขโมยไว้ด้วย เอาแบบเสียงดังได้ยินกันทั้งซอยกันไปเลย ซึ่งตำรวจเขาแนะนำว่าได้ผลดีมาก เพราะจะทำให้คนร้ายตกใจ และหนีไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสามารถนำทรัพย์สินไปฝากไว้กับธนาคารได้ด้วย